‘บีเอ็ม’หายซ่าไหว้คู่กรณี ทำเจ็บตัว-อดเที่ยวปีใหม่

คู่กรณี “หนุ่มบีเอ็ม” ยอมรับการไหว้ขอโทษ แต่ขอสั่งสอนต่อไปทำอะไรนึกถึงหน้าลูกให้มาก หลังอดเที่ยวปีใหม่ แถมเจ็บตัว เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. นายมะนู หรือ “แซะ” ขะหลีดี อายุ 25 ปี พร้อมญาติ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ ผกก.สน.บุคคโล พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล และ พ.ต.ท.มหพล มีเสน สว.สส.สน.บุคคโล

เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บและพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หลังเจ้าตัวก่อเหตุใช้อาวุธมีดดาบข่มขู่คู่กรณีในลานจอดรถห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ท่าพระ ถนนรัชดาท่าพระ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม.เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้นำคลิปเหตุการณ์ไปโพสต์บนเฟซบุ๊กทำให้เกิดประเด็นร้อนในโลกโซเชียล ต่อมา นายปริกร อรุณเดชาวุฒิ อายุ 55 ปี คู่กรณีที่ขับรถฮอนด้า รุ่นแจ็ส สีดำ ทะเบียน ญก 7578 กรุงเทพมหานคร ได้พา นางภิญญดา อรุณเดชาวุฒิ อายุ 49 ปี และ นายธนกฤต อรุณเดชาวุฒิ อายุ 21 ปี บุตรชายคนเล็ก มาที่ สน.บุคคโล ซึ่งทั้ง 3 คนพ่อแม่และลูก ยอมรับการไหว้ขอโทษจาก นายมะนู ผู้ต้องหา โดย นางอภิญญดา ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ตั้งแต่ต้น และถูกคมมีดจนได้รับบาดเจ็บเป็นตัวแทนกล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตนกับสามีทำงานขายประกันภัย เดินทางไปกินข้าว และทำธุระที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ท่าพระบ่อยมาก วันเกิดเหตุเพิ่งทานข้าวกันเสร็จ นายปริกร สามีเป็นคนขับ ส่วนตนและ นายอรุชา อรุณเดชาวุฒิ อายุ 24 ปี บุตรชายคนโต นั่งมาด้วยในรถ ระหว่างที่รถตนเคลื่อนตัวไปถึงทางแยกกำลังจะเข้าด่านคืนบัตรจอดรถนั้น รถของ นายมะนู ได้พุ่งเข้ามาชนที่ล้อ เมื่อสามีตนลงไปดูสภาพรถเห็นว่าไม่ได้รับความเสียหายอะไร จึงถาม นายมะนู ไปอย่างสุภาพว่า “ผมว่าครึ่งคันแล้วคุณพุ่งมาทำไม”

นางอภิญญดา กล่าวอีกว่า พอสามีตนพูดแค่นั้นนายมะนู ก็รีบปรี่ไปที่ท้ายรถ ตนรู้อยู่แล้วว่า ต้องไปหยิบอาวุธแน่นอน ทันใดนั้น นายอรุชา ลูกชายคนโต ก็รีบลงจากรถไปเพราะเป็นห่วงพ่อ ส่วนตนก็พุ่งลงตามไปเพราะกลัวลูกและสามีจะได้รับอันตราย กระทั่งครอบครัวตนสามารถหนีขึ้นรถได้ แต่ นายมะนู ยังแทงมีดดาบเข้ามาในรถ ถูกที่นิ้วกลางข้างขวาตนจนเนื้อหลุด และเบาะรถได้รับความเสียหายด้วย โดยตนขอสอน นายมะนู ว่าจากนี้จะทำอะไรลงไปให้คิดถึงหน้าลูกให้มาก เพราะตนเห็นลูกก็ยังเล็ก ที่สำคัญลูกก็มาในรถตอนช่วงที่เกิดเหตุด้วยด้วย หวั่นเด็กจะนำพฤติกรรมไปเลียนแบบ นอกจากนั้นหากเรื่องนี้ไปเกิดขึ้นกับคู่กรณีที่มีอาวุธเหมือนกัน เช่น ปืนจะจบอย่างไร สำหรับเรื่องคดีความก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ตนถือว่าฟาดเคราะห์ไปในช่วงเทศกาลปีใหม่ทั้งอดเที่ยวต่างจังหวัด และต้องมามีเรื่องเจ็บตัว เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง” นางอภิญญดา กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews